ประเทศร่ำรวยเขาทำอะไร

**ตารางอันดับความรวย***………………

จากตารางจะเห็นได้ว่าประเทศลักเซมเบิร์กเป็นประเทศที่รวยที่สุดในโลก รายได้ต่อคนต่อหัว 80,000 ดอลลาร์ต่อปี สวิตเซอร์แลนด์รวยเป็นอันดับ 2 มีรายได้เฉลี่ย 44,000 ดอลลาร์ต่อหัวต่อปี อเมริกาอยู่อันดับ 8 ของโลก

ส่วนของเอเชีย ปีนี้ญี่ปุ่นขึ้นมาเป็นอันดับ1 ฮ่องกงอันดับ 2 ส่วนสิงคโปร์อันดับ 3  แล้วลองมาดูไทยเรา อันดับความรวยของเราอยู่ที่ 112 ของโลก เฉลี่ย 2,700 ดอลลาร์ต่อหัวต่อปี นั่นหมายความว่าคนสิงคโปร์มีรายได้มากกว่าเรา 10 เท่า

ลักเซมเบิร์กไม่มีทรัพยากรอะไรเลย แต่เขารวยได้

 สวิตเซอร์แลนด์ขายช็อกโกแลตอันดับ1 โลก แต่ไม่ได้ปลูกต้นโคคาเองเลย

 สิงคโปร์ขายยางเป็นอันดับ 1 โลก ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ปลูกยาง

 ประเทศร่ำรวยเหล่านี้ไม่มีทรัพยากร แต่ว่าเขาก็พัฒนาจนก้าวขึ้นมาอยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลกได้ในเรื่องของรายได้

ประเทศ พวกนี้มีสิ่งเหมือนกัน คือพัฒนา คน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุด ให้มีความรู้ โดยส่งเสริมให้คนแสวงหาความรู้ และจัดแหล่งเรียนรู้ นำความรู้มาใช้ในการพัฒนาชีวิต สภาพแวดล้อม สร้างสรรค์ผลงานต่างๆ

 ความรู้ที่เขามีเป็นความรู้ที่ไม่ได้มีไว้เพื่อสอบแข่งขัน ครับ

ประเทศเหล่านี้ สร้าง  คนเก่ง

ประชากรในลักซัมเบอร์กทั้งประเทศมีไม่ถึงล้านคน แต่เขามี  คนเก่ง  คิดรถยนต์ที่ วิ่งได้โดยพลังงานลม ตอนนี้กำลังส่งให้ประเทศอินเดียผลิตและจะนำออกจำหน่ายในสองสามปีนี้

ประเทศฟินแลนด์มีประชากรไม่ถึง10ล้านคน แต่ คนเก่ง ของเขา สามารถ ทำให้ Nokia กลายเป็นโทรศัพท์มือถือที่มีคนใช้มากที่สุดในโลก

สิงคโปร์ เขาสร้างวินัย ให้คนของเขา มีวินัย ไม่คดโกง จนประเทศของเขา เป็นประเทศที่มีการคอรับชั่นในวงราชการ น้อยที่สุดในระดับโลก

สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีมหาวิทยาลัยมากที่สุดในโลก มหาวิทยาลัยมากกว่าครึ่งหนึ่งในโลกอยู่ที่นี่ครับ  (4,000 แห่ง  จากมหาวิทยาลัยทั่วโลกทั้งหมด 7,800 แห่ง) เพียงแค่แคลิฟอร์เนียรัฐเดียว เขาก็มีมหาวิทยาลัยมีมากกว่าของไทยเราทั้งประเทศรวมกัน

ไอร์แลนด์ประเทศเล็กๆที่มีเศรษฐกิจเติบโตสูงที่สุดในยุโรป ให้การสนับสนุนการศึกษาจริงจังมากว่า10ปีแล้วที่รัฐให้คนไอร์แลนด์เรียนจนจบปริญญาตรีกันโดยไม่ต้องเสียสตางค์เลย

คนในประเทศที่ร่ำรวยจะ แสวงหาความรู้จากแหล่งข้อมูลความรู้ ซึ่งปัจจุบันเราดูได้จากสถิติการใช้ห้องสมุดและการใช้อินเตอร์เนต

ประเทศพวกนี้ มีประชากรชินเตอร์เนต มากกว่า 50%ทั้งนั้น คือมากกว่าครึ่งของคนในประเทศที่เขาใช้อินเตอร์เนต

จำนวนหนังสือในห้องสมุด ของ ลักซัมเบอร์ก มีจำนวนหนังสือมากกว่าจำนวนคนในประเทศถึง 17เท่า

สิงคโปร์ ประเทศที่มีประชากร4-5 ล้านคน แต่ทุกคนเป็นสมาชิกห้องสมุด

เราคงแข่งกับเขาได้ยาก ถ้าคนไทยไม่รีบปรับตัว

ถ้าจะเทียบกับ เวียดนาม ปัจจุบันไทยเราเหนือกว่าเวียดนาม ทั้งรายได้ต่อหัวและอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจ

แต่มีข้อมูลด้านการใช้อินเตอร์เน็ตของเวียดนามที่น่าทึ่ง

ปี 2000  คนเวียดนาม 80ล้านคนมีคนใช้อินเตอร์เนตเพียงแค่ 200,000คน ในขณะที่คนไทยใช้ 1,600,000คน

วันนี้คนไทยใช้ 12 ล้านคน ส่วนเวียดนามใช้ 20ล้านคน

วันก่อนเราชนะเวียดนาม 10เท่า แต่วันนี้เราแพ้เขา 2 เท่าแล้ว

มีนักเศรษฐศาสตร์หลายคนที่บอกว่าเวียดนามเป็นคู่แข่งทางเศรษฐกิจที่น่ากลัว

ข้อมูลด้านการศึกษามันบอกอดีต ปัจจุบันและอนาคตได้เป็นอย่างดี และมีประโยชน์ในการที่เราจะใช้มันมาปรับปรุงแก้ไขกัน ทั้งในเรื่องของการพัฒนาแนวคิดและรูปแบบการเรียนการสอน และหลักสูตร

ข้อมูลด้านการศึกษาที่ไทยเราติดอันดับโลก

ห้องเรียนไทยมีความอบอุ่น เป็นอันดับ5 ของโลก

จำนวนนักเรียนในห้องเรียน ของไทยเรามากเกินไป จนครูไม่สามารถนำหลักการ ผู้เรียนเป็นสำคัญ มาใช้ได้ ห้องเรียนเลยกลายเป็นที่สอน นักเรียนก็มีหน้าที่ เรียน

การกระตุ้นให้เกิดความใฝ่รู้ใฝ่เรียนทำได้ยาก

การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ทำไม่ได้เลย